Development of an Empowerment Model for Self-Care in Patients Affected by Medical Treatment

ผู้แต่ง

  • รัติญา ประสาระเอ วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

            การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจในการดูแลตนเองของผู้ป่วย ที่ได้รับความเสียหายจากการเข้ารับการรักษาพยาบาล และเพื่อศึกษาผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจในการดูแลตนเอง ต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลของจังหวัดมหาสารคาม เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 4 ระยะ ขอบเขตการดำเนินงานคือ ผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายจากการเข้ารับการรักษาพยาบาล สิทธิหลักประกันสุขภาพ ที่เข้ารับบริการด้านสาธารณสุขในจังหวัดมหาสารคาม ที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังหรือภาวะเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องที่มีความสมัครใจ และยินดีเข้าร่วมในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินงานคือ ตุลาคม 2566 - กันยายน 2567 เก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ (1) เครื่องมือดำเนินการวิจัย ได้แก่ กระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจแก่ผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล ที่ผู้วิจัยประยุกต์มาจากกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจตามแนวคิดของกิ๊บสัน และประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม ได้แก่ 1) การค้นพบและรับทราบสถานการณ์จริง 2) การสะท้อน คิดอย่างมีวิจารณญาณ 3) การตัดสินใจที่จะรับผิดชอบ และเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง และ 4) การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ (2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลและแบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อภาษาไทย วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า (1) รูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจในการดูแลตนเองของผู้ป่วย ที่ได้รับความเสียหายจากการเข้ารับการรักษาพยาบาล ของจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ใช้ระยะเวลา 8 สัปดาห์ ขั้นตอนที่ 1 คือการค้นพบและรับทราบสถานการณ์จริง ขั้นตอนที่ 2 คือ การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ ขั้นตอนที่ 3 การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง และลงมือปฏิบัติและขั้นตอนที่ 4 การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ (2) ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจในการดูแลตนเอง ต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายจากการเข้ารับการรักษาพยาบาล ของจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 12 ราย พบว่า ส่วนใหญ่ มีคุณภาพชีวิตดี (Mean = 97.25, SD. = 13.772) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า 1) ด้านสุขภาพกายส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตปานกลาง (Mean = 23.92, SD. = 4.833), 2) ด้านจิตใจมีคุณภาพชีวิตปานกลาง (Mean = 22.75, SD. = 3.279), 3) ด้านสัมพันธภาพทางสังคม ส่วนใหญ่ มีคุณภาพชีวิตดี (Mean = 12.17, SD. = 1.946)  และ
4) ด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตดี (Mean = 31.00, SD. = 5.135) และการศึกษาครั้งนี้พบว่า พยาบาลวิชาชีพ กลุ่มงานประกันสุขภาพ ในฐานะพยาบาลผู้จัดการรายกรณี ต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะบูรณาการแนวคิดทฤษฎีทางการพยาบาลและแนวคิดทฤษฎีต่างๆ รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับทีมสหสาขาวิชาชีพและภาคีเครือข่ายในชุมชน เพื่อนำไปใช้ในวางแผนและประเมินผลการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำสำคัญ :   การเสริมสร้างพลังอำนาจ,คุณภาพชีวิต, ผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายจากการเข้ารับการรักษาพยาบาล

 

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-17

ฉบับ

บท

Original Articles (นิพนธ์ต้นฉบับ)