การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการผู้ป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤตและเร่งด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการภายใน 60 นาที แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่

ผู้แต่ง

  • Waraporn Kochsatan พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลหนองม่วง
  • กรรณิการ์ ชัยนันท์ หัวหน้าพยาบาล (พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ) กลุ่มงานการพยาบาล โรงพยาบาลหนองม่วงไข่

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยความล่าช้าในการเข้าถึงบริการ 2) พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการผู้ป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤตและเร่งด่วนโดยทีมสหวิชาชีพ และ 3) ประเมินผลประสิทธิภาพของรูปแบบต่อการเข้าถึงบริการภายใน 60 นาที แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ ดำเนินการตามกรอบทฤษฎีระบบและบูรณาการวงจรคุณภาพ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤตและเร่งด่วน จำนวน 46 ราย เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แนวปฏิบัติทางคลินิก ชุดคำสั่งรักษาล่วงหน้า แบบบันทึกระยะเวลาและอุบัติการณ์ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า 1) ระยะแรกพบจุดคอขวดวิกฤตในกระบวนการจำหน่ายและระบายผู้ป่วย หลังแพทย์มีคำสั่งรักษาจนออกจากห้องฉุกเฉินจริงล่าช้าเฉลี่ยถึง 46.13 นาที (S.D. = 39.61, Min = 3 นาที Max = 255 นาที) โดยมีสาเหตุหลักจากพยาธิสภาพความซับซ้อนของโรค ร้อยละ 62.50 และความล่าช้าของระบบสนับสนุน 2) ได้รูปแบบ NMK-ER Model ที่เน้นกระบวนการไหลเวียนผู้ป่วยเชิงรุกและการสื่อสารเชิงทัศนภาพด้วยรหัสสี และ 3) ภายหลังการใช้รูปแบบ พบว่าระยะเวลาเฉลี่ยรวม ลดลงจาก 70.11 นาที (S.D. = 46.33) เหลือ 42.15 นาที อัตราการเข้าถึงบริการภายใน 60 นาที เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 56.52 เป็นร้อยละ 86.96 ด้านผลลัพธ์ทางคลินิกพบอุบัติการณ์ความไม่ปลอดภัย อัตราการเสียชีวิต ณ ห้องฉุกเฉิน และความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาลดลงจนเป็นศูนย์ อัตราความคลาดเคลื่อนในการคัดแยกต่ำกว่าจริงลดลงเหลือร้อยละ 2.17 และภาพรวมความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.63, S.D. = 0.49)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

วิธีการอ้างอิง