คัดกรองและการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในประชากรกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • ณรงค์ อึ้งตระกูล โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
  • ไพบูลย์ เพ็ญสุวรรณ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
  • วัชระ เอี่ยมรัศมีกุล โรงพยาบาลพนมไพร
  • พรรณี แสงอินทร์ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
  • สายพิน บุญศรี โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

คำสำคัญ:

การคัดกรอง, มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, การตรวจหาเลือดในอุจจาระ, การผ่าตัด

บทคัดย่อ

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทางทวารหนักในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปี 2528-2547 พบมีผู้ป่วย สูงถึง 1, 809 ราย และโดรบการวนจฉยวาเป็นมะเรงชนด adenocarcinoma รอยละ 90 จงหวัด ร้อยเอ็ดจึงต้องการตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ เพื่อค้นหาผู้ป่วยในระยะเริ่มแรกและให้การ รักษาได้อย่างทันท่วงที การศึกษาเชิงพรรณนาและเชิงวิเคราะห์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุบัติการณ์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักด้วยวิธีการตรวจหาเลือดปนในอุจจาระ Fecal occult blood test ควบคู่กับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ในประชากรที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ในเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ ในระยะเดือนธันวาคม 2553- เดือนพฤศจิกายน 2554 จำนวนทั้งหมด 10,080 คนและรักษาโดยการผ่าตัด การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple logistic regression) เพื่อหาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรค

การคัดกรองนี้ พบผู้ป่วยีเลือดปนในอุจจาระ จำนวน 829 ราย โดยแยกเป็นเพศชายจำนวน 368 ราย (44.5%) เพศหญิงจำนวน 461 ราย (55.6%) ผลการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีจำนวนทั้งหมด 643 ราย พบผิดปรกติ 252 ราย มีการรายงานผลการตรวจทางพยาธิวิทยา (pathological report) จำนวน 199ราย พบเป็น Malignant จำนวน 12 ราย (4.76%) ซึ่งรักษาโดยการผ่าตัด มีระยะของโรค (Cancer staging) ดังนี้คือ Stage I (TINoMo) มีจำนวน 4 ราย เป็น Stage I (T2NoMo) จำนวน 2 ราย เป็น Stage TA (T3N0M0) จำนวน 5 ราย และเป็น Stage III (T3NM0) จำนวน 1 ราย ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเสียงในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักพบว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวป่วยด้วยโรคมะเร็ง มีโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มากกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติครอบครัว ป่วยด้วยโรคมะเร็ง 2.446 เท่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยด้วย โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.260 เท่า และผู้ที่มีความผิดปรกติของการขับถ่าย มีโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมากกว่าผู้ที่ไม่มีความผิดปรกติของลำไส้ 8.609 เท่า เพื่อเพิ่มประโยชน์ และโอกาสในการค้นหาผ้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โดยการตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสียงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักด้วยการตรวจเลือดในอุจจาระควบคู่กับการส่องกล้องลำไส้ ในผู้ป่วยที่มีการตรวจเลือดในอุจจาระเป็นบวกและผลการสองกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ผิดปรกต์ ควรได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการตรวจเลือดในอุจจาระ และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นประจำทุกปี

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-12-07

วิธีการอ้างอิง

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดจากผู้แต่งเรื่องนี้