ชนิดของสารเสพติด และวัตถุที่ออกฤทธิ์ และประสาทที่ใช้ในกลุ่มผู้เสพ ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๗
คำสำคัญ:
สารเสพติดในปัสสาวะ, การตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ, กลุ่มแอมเฟตามีนส์, เอกซ์ตาซี, กลุ่มเบนโซไดอะซีในส์บทคัดย่อ
นโยบายปราบปรามยาเสพติดของชาติทำให้มีความต้องการในการตรวจพิสูจน์ยืนยันสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะ โดยมีศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จำนวน ๑๒ แห่ง และสำนักยาและวัตถุเสพติด ในสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗ มีตัวอย่างปัสสาวะที่ส่งมาเพื่อตรวจพิสูจน์หาชนิดของสารเสพติด และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท จำนวนทั้งสิ้น ๑๗,๗๑๔ ตัวอย่าง โดยส่งมาจากหน่วยงานสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยละ ๕๗.๙๘ สำนักงานคุมประพฤติ (๑๙.๕๐%) สถานพยาบาล (๑๓.๐๗%) สถานประกอบการ (๔.๒๖%) สถานศึกษา (๑.๗๑%) และอื่นๆ (๓.๔๘%) ภาคกลางส่งตัวอย่างมากที่สุด ๙,๒๗๑ ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ ๕๒.๓๔ รองลงมาเป็นภาคเหนือ ร้อยละ ๑๙.๖๕ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ ๑๕.๖๒ และภาคใต้ ร้อยละ ๑๒.๓๙ เจ้าของตัวอย่างปัสสาวะเป็นเพศชาย ร้อยละ ๘๑.๒๗ เพศหญิง ร้อยละ ๑๔.๘๐ และไม่ระบุ ร้อยละ ๓.๙๓ พบสารเสพติดและวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาททั้งสิ้นจำนวน ๙,๑๑๙ ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๔๘ โดยมีการใช้สารเสพติดมากกว่าหนึ่งชนิดร้อยละ ๔.๖๔ ชนิดของสารเสพติดที่พบเป็นเมทแอมเฟตามีน (methamphetamine) ร้อยละ ๗๖.๗๔ กัญชา (cannabis) ร้อยละ ๑๓.๘๔ กลุ่มยาอีหรือเอกซ์ตาซี (ecstasy) ร้อยละ ๓.๒๘ กลุ่มเบนโซไดอะซีปืนส์ (benzodiazepines) ร้อยละ ๒.๙๗ กลุ่มอนุพันธุของฝิ่น (opiates) ร้อยละ ๑.๖๔ ซูโดอีเฟดรีน (pseudoephedrine) ร้อยละ ๑.๔๕ อีเฟดรีน (ephedrine) ๐.๐๕ คีตามีน (ketamine) ร้อยละ ๐.๐๓ และตรวจไม่พบโคคาอื่น/โคเคน (cocaine) ในทุกตัวอย่าง
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2019 วารสารวิชาการสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

