การใช้ GIS และฐานข้อมูลสถานพยาบาลเชิงพิกัดเพื่อพัฒนานโยบายเขตรับผิดชอบบริการปฐมภูมิในเขตเมือง
คำสำคัญ:
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์, ข้อมูลสถานพยาบาลที่ระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์, การเข้าถึงบริการสุขภาพ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, เขตพื้นที่เมืองบทคัดย่อ
การกำหนดเขตรับริบัผิดชอบของหน่วยบริการปฐมภูมิในประเทศไทยยังอิงขอบเขตการปกครองเป็นหลัก ซึ่งอาจไม่สะท้อนการเข้าถึงบริการสุขภาพจริงตามโครงข่ายคมนาคม การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่างเขตรับริบัผิดชอบตามทะเบียนบ้านกับการเข้าถึงบริการสุขภาพตามโครงข่ายการเดินทาง และตรวจสอบความสัมพันธ์กับรูปแบบการใช้บริการจริงของประชาชน การศึกษานี้เป็นการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (spatial analytical study) โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ คัดเลือกหมู่บ้านตัวอย่าง 6 หมู่บ้านแบบเฉพาะเจาะจงจากตำบลปางหมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วยทะเบียนผู้ป่วยเบาหวานเพื่อระบุตำแหน่งหมู่บ้าน พิกัดสถานบริการที่สำรวจภาคสนามด้วยเครื่องรับสัญญาณระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (global positioning system: GPS) ข้อมูลขอบเขตหมู่บ้านและเขตรับริบัผิดชอบจากเอกสารราชการ ข้อมูลโครงข่ายถนนจากหน่วยงานภาครัฐ และสถิติการเข้ารับบริการย้อนหลัง 12 เดือน การวิเคราะห์ดำเนินการด้วยโปรแกรม QGIS version 3.40.15 และส่วนเสริม QNEAT3 เพื่อคำนวณพื้นที่ให้บริการตามโครงข่ายถนน โดยกำหนดระยะทาง 2,500 เมตร (ประมาณ 5 นาทีของการเดินทาง) เป็นเกณฑ์ จากนั้นเปรียบเทียบกับเขตรับริบัผิดชอบตามทะเบียนบ้านและข้อมูลการใช้บริการจริง ผลการศึกษาพบว่า หมู่บ้านตัวอย่างทั้ง 6 หมู่บ้านอยู่นอกพื้นที่ให้บริการตามโครงข่ายภายในระยะเวลาเดินทาง 5 นาทีของหน่วยบริการที่กำหนดตามทะเบียนบ้าน และมีรูปแบบการใช้บริการแตกต่างจากขอบเขตเชิงปกครอง สะท้อนความไม่สอดคล้องระหว่างการกำหนดเขตรับริบัผิดชอบเชิงการบริหารกับการเข้าถึงบริการจริง ข้อค้นพบนี้สนับสนุนการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกับข้อมูลการใช้บริการในการกำหนดเขตรับริบัผิดชอบ ของหน่วยบริการสุขภาพ และชี้ให้เห็นความจำเป็นของการพัฒนาฐานข้อมูลสถานบริการสุขภาพที่มี พิกัดมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการวางแผนบริการสุขภาพเชิงพื้นที่ในระดับประเทศ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Mobasheri A, Saarakkala S, Finnilä M, Karsdal MA, Bay-Jensen AC, van Spil WE. Recent advances in understanding the phenotypes of osteoarthritis. F1000Research 2019;8(2091): 1-11.
สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม [อินเทอร์เน็ต]. 2553 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.ย. 2568]. แหล่งข้อมูล: https://thairheumatology.org/phocadownload/36/Guideline_003.pdf
มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ อายุรเวทวิทยาลัย. หัตถเวชกรรมแผนไทย (นวดแบบราชสำนัก). กรุงเทพมหานคร: อุษาการพิมพ์; 2555.
สุภาพร ปัญญาวงษ์, สรัญญา คุ้มไพฑูรย์, อนุชา ไทยวงษ์, กำธร ดานา. ประสิทธิผลโปรแกรมการดูแลผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยโดยผู้ดูแลในครอบครัว ตำบลยางสีสุราช อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน 2567;9(6):839-50.
คณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติ. ยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพมหานคร: อุษาการพิมพ์; 2560.
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566. ปทุมธานี:มินนี่กรุ๊ป; 2566.
พรนิภา สิทธิสระดู่, กนกวรรณ วงศ์แก้ว, มัณฑนา คำอ้าย. การศึกษาการใช้ไพลในตำรับยาไทยสำหรับรักษาโรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ 2565;9(5):462-75.
ทิพารัตน์ ธรรมสละ. อิทธิพลของการทำให้แห้งด้วยระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรือนกระจกต่อคุณภาพและสารสำคัญในไพล [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยี]. กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2561. 159 หน้า.
Chitpan M, Rojsuntornkitti K, Pan MH, Wongwaiwech D. Some phytochemicals and anti-inflammation effect of juice from Tiliacora triandra Leaves. Journal of Food and Nutrition Research 2018;6(1):32-8.
Nanna U, Chiruntanat N, Jaijoy K, Rojsanga P, Sireeratawong S. Effect of Thunbergia laurifolia Lindl. extract on anti-inflammatory, analgesic and antipyretic activity. J Med Assoc Thai 2017;100(5):98-106.
Boonyarikpunchai W, Sukrong S, Towiwat P. Antinociceptive and anti-inflammatory effects of rosmarinic acid isolated from Thunbergia laurifolia Lindl. Pharmacology, Biochemistry, and Behavior 2014;124:67-73.
Ong WY, Herr DR, Sun GY, Lin TN. Anti-inflammatory effects of phytochemical components of Clinacanthus nutans. Molecules 2022;27(11):3607.
Paval J, Kaitheri SK, Potu BK, Govindan S, Kumar RS, Narayanan SN, et al. Anti-arthritic potential of the plant Justicia gendarussa Burm F. Clinics (Sao Paulo) 2009;64(4):357–62.
คณิตา เพ็งสลุด, ธวัชชัย กมลธรรม. เปรียบเทียบประสิทธิผลความปลอดภัยและความพึงพอใจในการใช้ยาของตำรับยาทาพระเส้นกับไดโคลฟีแนคเจลในการรักษาโรคข้อเข่าอักเสบ. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2565;5(3):154-71.
Cavalieri TA. Pain management in the elderly. J Am Osteopath Assoc 2002;102(9):481-5.
ปิยะพล พูลสุข, สุชาดา ทรงผาสุข, เมริษา จันทา, เนตรยา นิ่มพิทักษ์พงศ์, กิตรวี จิรรัตน์สถิต.ประสิทธิผลของยาพอกสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการปวดเข่าในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม.ธรรมศาสตร์เวชสาร 2561;18(1):104-11.
ดิสพล แจ่มจันทร์, พรรณี บัญชรหัตถกิจ. ประสิทธิผลของยาพอกเข่าสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการปวดเข่าสำหรับผู้ป่วยมีอาการข้อเข่าเสื่อม:การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี 2565;31(2):14-28.
วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร: รวมสาส์น; 2546.
อำพล บุญเพียร, ธิดารัตน์ แจ่มปรีชา, นิภาพร แสนสุรินทร์. ผลของการนวดด้วยน้ำมันกระดูกไก่ดำและน้ำมันไพลต่ออาการปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ จากออฟฟิศซินโดรม. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 2562;17(1):95-105.
กรรณิการ์ จันทร์แก้ว. การพัฒนาวิธีการสกัดไพลด้วยวิธีการทอดแบบน้ำมันท่วม. วารสารหมอยาไทยวิจัย 2567;10(2):31-42.
วิรุฬห์ เหล่าภัทรเกษม, วีระชัย โควสุวรรณ, พิสมัย เหล่าภัทรเกษม, วิชัย อึ้งพินิจพงศ์. ความสัมฤทธิผลของครีมสมุนไพรไพล (ไพลจีซาล) ในการรักษาข้อเท้าแพลง. ศรีนครินทร์เวชสาร 2536;8(3):159–64.
อฑิตยา โรจนสโรช, พรพรรณ โพธิ์ไกร, ชญาภา พรหมเดชวัฒนา, ปิยะ วงศ์ญาณิน. ฤทธิ์ของสารสกัดสมุนไพรรางจืดและลูกใต้ใบในการลดการหลั่ง IL-1ß จากเซลล์ LPS-activated THP-1 macrophages เพาะเลี้ยง. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยปทุมธานี 2563;1(1):9-23.
Wanikiat P, Panthong A, Sujayanon P, Yoosook C, Rossi AG, Reutrakul V. The anti-inflammatory effects and the inhibition of neutrophil responsiveness by Barleria lupulina and Clinacanthus nutans extracts. J Ethnophar 2008;116:234-44.
Shikha P, Latha G, Suja R, Anuja G, Shyamal S, Shine VJ, et al. “Anti-inflammatory and antinociceptive activity of Justicia gendarussa Burm. f. leaves”. Indian Journal of Natural Products and Resources 2010;1(4):456-61.
รัตติมา จีนาพงษา. ฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัด DMPBD จากไพล [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2537. 112 หน้า.
ธีรทัศน์ สุดสาย, วาลุกา พลายงาม. การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของส่วนสกัดจากต้นย่านางแดงในหนูขาวเล็กพันธุ์ Swiss albino. ใน: กานดา ว่องไวลิขิต, งานประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2562; 26 เมษายน 2562; ศูนย์นวัตกรรมและการศึกษา, ปทุมธานี. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยรังสิต; 2562. หน้า 1-17.
Kakanang P, Anant O, Ratchadaporn O. Acute and sub-chronic toxicity study of Rang Chuet (Thunbergia laurifolia Lindl.) extracts and its antioxidant activities. Toxicology Reports 2022;9:2000-17.
Murugesu S, Khatib A, Ahmed QU, Ibrahim Z, Uzir BF, Benchoula K, et al. Toxicity study on Clinacanthus nutans leaf hexane fraction using Danio rerio embryos. Toxicol Rep 2019;6:1148-54.
Putri VA, Zulharmita RA, Chandra B. Overview of phytochemical and pharmacological of gandarussa extract (Justicia gendarussa Burm). EAS Journal of Pharmacy and Pharmacology 2020;2(5):180-5.
Mohd Zulkhairi A, Mohd AS, Gwendoline CLE, Ahmad BA. Phytochemicals and cytotoxic studies of Zingiber cassumunar Roxb. J Trop Agric and Fd Sc 2017;45(2):187-97.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กระทรวงสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

