ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา: การวิจัยแบบผสานวิธี

ผู้แต่ง

  • กิ่งกาญจน์ อะโนสัก กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • จักรกฤษณ์ พลราชม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำสำคัญ:

คุณภาพชีวิต, สุขภาพช่องปาก, ผู้สูงอายุ, การวิจัยแบบผสานวิธี

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธี รูปแบบเชิงปริวรรตเป็นลำดับ ด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและตามด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างการวิจัยเชิงปริมาณจำนวน 344 คน ด้วยการสุ่มอย่างง่าย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามลักษณะทางประชากร คุณภาพชีวิตใน มิติสุขภาพช่องปาก และการตรวจสุขภาพช่องปาก โดยทันตบุคลากรที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานโดยทันตแพทย์จนได้มาตรฐานเดียวกัน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติอนุมานด้วยสถิติไคสแควร์ และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ส่วนกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นผู้สูงอายุที่ ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 16 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม ใช้แนวคำถามกึ่งโครงสร้างเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพช่องปาก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาเชิงปริมาณพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 98.80 และการวิเคราะห์ด้วยไคสแควร์พบว่า การมีฟันสึกด้านคอฟัน การมีฟันถาวรใช้งานได้ 20 ซี่ขึ้นไป คู่สบฟันหลังถาวรมี 4 คู่ขึ้นไป มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และการวิเคราะห์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน พบว่า จำนวนฟันถาวรในช่องปาก และจำนวนฟันเคยอุด มีมีความสัมพันธ์เชิงลบกับคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากที่ระดับ 0.05 (r = -0.285 และ -0.149 ตามลำดับ) และพบว่า จำนวนฟันเคยถอน จำนวนฟันเคยอุด จำนวนฟันผุ ถอน อุด จำนวนรากฟันผุ และจำนวนฟันสึกด้านคอฟัน มีมีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (r = 0.285, 0.314, 0.109 และ 0.145 ตามลำดับ) ส่วนผลการศึกษาเชิงคุณภาพพบว่า ปัจจัยเชิงสาเหตุของการมีพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพที่จะส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากนั้น เป็นสหปัจจัย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปัจจัยภายในตัวบุคคล คือ ความรู้ เจตคติ และการรับรู้เกี่ยวกับทันตสุขภาพ กลุ่มปัจจัยระหว่างบุคคล คือ การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม และกลุ่มปัจจัยในระดับสังคม คือ ความพร้อมของระบบและการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถเป็นข้อมูลสารสนเทศในการเป็นปัจจัยนำเข้าเพื่อการพัฒนากระบวนการและการบริการทางด้านทันตสุขภาพให้มีความเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มผู้สูงอายุและบริบททางสังคม

Downloads

Download data is not yet available.

ประวัติผู้แต่ง

กิ่งกาญจน์ อะโนสัก, กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว  อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  จังหวัดฉะเชิงเทรา

จักรกฤษณ์ พลราชม, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อาจารย์ประจำสาขาวิชาสุขศึกษา หลักสูตร วท.ม. และ ปร.ด. สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพและสุขศึกษา

ภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2564. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง; 2565.

Sheiham A. Oral Health, general health and quality of life. Bulletin of the World Health Organization 2005;83(9): 664-5.

Petersen PE. The world oral health report 2003: continuous improvement of oral health in the 21st century -- the approach of the WHO global oral health programme. Community Dent Oral Epidemiol 2003;32(suppl1): 3-23.

กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว. ข้อมูลการตรวจสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ปีงบประมาณ 2566. ฉะเชิงเทรา: โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว; 2566.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิค แอนด์ ดีไซน์; 2567.

World Health Organization. Active ageing, a policy framework. 2002. Geneva: World Health Organization; 2002.

Andersen RM, Davidson PL. Ethnicity, aging, and oral health outcomes: a conceptual framework. Adv Dent Res 1997;11(2):203-9.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. การสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ประตูสู่สุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัยของชีวิต. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2555.

Creswell JW, Plano Clark VL. Designing and conducting mixed methods research. 2nd ed. Thousand Oaks, CA: Sage; 2011.

Daniel WW. Biostatistics: a foundation for analysis in the health science. New York: John Wiley & Sons; 2010.

สัมภาษณ์ ชาติอลงกรณ์. คุณสมบัติการวัดทางจิตวิทยาของแบบประเมินผลกระทบของสุขภาพช่องปากฉบับภาษาไทย (OHIP-14 Thai). วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า 2560;34(3):158-70.

Best JW. Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall, Inc; 1977.

Liamputtong P. Focus group methodology: principle and practice. Thousand Oaks: Sage; 2011.

Palys T. Purposive sampling. In: Given LM, editor. The sage encyclopedia of qualitative research methods. Vol.2. Los Angeles: Sage; 2008. p.697-8.

อุดมพร ทรัพย์บวร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้บริการทันตกรรมของผู้สูงอายุในเขตตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม. วารสารแพทย์เขต 4-5 2561; 37(4):306-17.

ปภาดา อธิิชยธนาสิน, อรวรรณ นามมนตรี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการไปใช้บริการทันตกรรมของผู้สูงอายุในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารทันตาภิบาล 2566;34(1):24-34.

สิริพร สาสกุล, สุวัฒน์ ตันยะ, พัชราวรรณ ศรีศิลปนันทน์. คุณภาพชีวิตมิติสุขภาพช่องปากกับจำนวนฟันที่เหลือในช่องปากของผู้สูงอายุไทยในชนบทภาคเหนือ. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ 2564;20(1):1-10.

Luis AL, Sebastiano A, Peter JB, Robert EC. Tooth wear: attrition, erosion and abrasion. Quintessesence Int 2003;34(6):435-44.

Appukuttan D, Tadepalli A, John VD, Dharuman S. Oral health related quality of life among Tamil speaking adults attending a Dental Institution in Chennai, Southern India. J Clin Diagn 2016;10(10):114-20.

Bastos RS, Pereira Lauris JR, Magalhes Bastos JR, Maito Velasco SR, Foger-Teixera D, Marques SL. The impacts of oral health-related quality of life of elderly people living at home: a cross-sectional study. Ciênc Saúde Coletiva 2021;26(5):1899-909.

สุพัตรา วัฒนเสน, กุลธิดา นาคสุต, น้ำทิพย์ หวานนอก, นันทิยา รัมณีย์รัตนกุล. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารทันตาภิบาล 2563;31(2):627-38.

เกตชดา โพธิรุกข์, วัชรินทร์ คำภูวรรณ, ศาสวัติ สุรำไพ, วรุตม์ จินดาเวชช์. ปัจจัยส่วนบุคคล สภาวะช่องปาก กับคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากของประชากรอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป. วารสารทันตาภิบาล 2567;35(2):82-97.

Mohd SI, Rajali A, Nik Z, Nik R, Hussein KH, Wan H, et al. Prevalence of dental caries and their relation to oral health impact profile (OHIP-14) among national contact sports athletes: a cross-sectional study. J Int Oral Health 2021;13(6):593-600.

Masood M, Newton T, Bakri NN, Khalid T, Masood Y. The relationship between oral health and oral health related quality of life among elderly people in United Kingdom. J Dent 2017;56:78-83.

Zeng X, Sheiham A, Tsakos G. Relationship between clinical dental status and eating difficulty in an old Chinese population. J Oral Rehabil 2008;35(1):37-44.

Naorungroj S, Naorungroj T. Oral health-related quality of life in the elderly: a review and future challenges in Thailand. Siriraj Med J 2015;67(5):248-53.

Green LW, Kreuter MW. Health promotion planning an educational and ecological approach. 3rd ed. Toronto: Mayfield; 1999.

Green LW, Kreuter MW. Health program planning: an educational and ecological approach. New York: McGraw-Hill; 2005.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-23

วิธีการอ้างอิง