เปรียบเทียบการวัด Bladder Pressure โดยการใช้ไม้บรรทัดและ Monitor win Transducer
คำสำคัญ:
ความดันในช่องท้อง, ภาวะความดันในช่องท้องสูง, Abdominal compartment syndrome, ความดันในกระเพาะปัสสาวะบทคัดย่อ
Abdominal Compartment Syndrome (ACS) หมายถึงภาวะที่มีความดันในช่องท้องขึ้นสูง (LAP) จนทำให้เกิดความผิดปรกติต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ผู้ที่เสี่ยงสูงในการเกิด IAP ได้แก่ ผู้ป่วยบาดเจ็บช่อง ท้องรุนแรงที่เสียเลือดมาก ได้รับเลือดและน้ำเกลือเป็นจำนวนมาก ถ้า LAP ไม่เกิน 25 cnl,0 พบว่ามีชีวิตรอดร้อยละ 17 - 75 การวัดความคันในช่องท้องมี 2 วิธี คือ การวัดโดยตรงโดยการวางสายไว้ในช่องท้อง แล้ว วัดความดันด้วย Pressure transducer แต่วิธีดังกล่าวนี้ ต้องใช้เครื่องมือมากและค่อนข้างยุ่งยากเป็นอันตราย จึง นิยมวิธีที่ 2 คือการวัดโดยอ้อม ซึ่งวัดผ่านแรงที่กระทำต่อกระเพาะปัสสาวะ (bladder pressure) ที่มีข้อดีคือ ง่าย สะดวก วิธีการวัดทาง urinary bladder นี้ต้องวัดผ่าน pressure transducer โดย Kron และคณะ ในปี ค.ศ. 1984 เป็นครั้งแรก และถือเป็นวิธีมาตรฐานจนถึงปัจจุบัน ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือวัด blad-der pressure โดยใช้สายสวนปัสสาวะแบบ 3 หางต่อกับไม้บรรทัด เพื่อใช้ประเมินภาวะ IAP ในผู้ป่วยบาดเจ็บช่องท้อง และนำไปเปรียบเทียบกับเครื่องมือมาตรฐานว่าเครื่องมือดังกล่าวสามารถใช้แทนกันได้ ซึ่งเป็นการศึกษาแบบ Prospective study ในผู้ป่วยบาดเจ็บช่องท้องจำนวน 2 คน โดยวัด Bladder pressure ด้วย วิธีใหม่กับวิธีมาตรฐานในผู้ป่วยคนเดียวกัน ทุก 4 - 6 ชั่วโมง ซึ่งวัดจำนวน 29 ครั้ง เริ่มศึกษาในเดือนตุลาคมพ.ศ. 2551 - มีนาคม พ.ศ. 2552 ณ หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลขอนแก่น การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Pearson's corelation ผลการศึกษาการวัด Bladder pressure ทั้ง 2 วิธี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ p = 0.124, Pearson's r = 0.915 ดังนั้นการวัดทั้ง 2 วิธีสามารถใช้แทนกันได้ ข้อเสนอแนะคือ ควรมีการศึกษาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะในวิธีการวัดแบบใหม่
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
วิธีการอ้างอิง
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2018 วารสารวิชาการสาธารณสุข

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

