การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษพาราควอต
คำสำคัญ:
การพยาบาล, พิษจากพาราควอตบทคัดย่อ
พาราควอตเป็นสารกำจัดวัชพืชที่มีพิษรุนแรง โดยสารพาราควอตนั้นจะทำลายอวัยวะหน้าที่การทำงานไต ตับ และปอด โดยเฉพาะปอดทำให้เกิดพังผืด เกิดภาวะพร่องออกซิเจน และทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต หลังการกินสารพาราควอต สารพาราควอตนั้นจะดูดซึมจากทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดและไปยังเซลล์อย่างรวดเร็ว ปอดเป็นอวัยวะเป้าหมาย สารพาราควอตจะแทรกซึมเข้าไปในเซลล์ถุงลมเกิดการอักเสบ มีการบาดเจ็บของเนื้อปอด หลังจากนั้นจะกลายเป็นพังผืด เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และการที่สารพาราควอตไปสะสมและทำลายปอดนั้น การให้ออกซิเจนจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากขึ้นส่วนตับ ไต ที่ถูกทำลายจะส่งผลให้การทำงานของอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายล้มเหลวตามมา
พิษจากพาราควอตเป็นภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากผู้ที่ได้รับพิษรุนแรงนั้นมีอัตราการตายสูง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะ และไม่มีสารต้านพิษ สำหรับการพยาบาลผู้ที่ได้รับสารพิษพาราควอตได้แก่ การประเมินอาการอย่างรวดเร็ว แล้วทำการล้างกระเพาะอาหาร การให้ผงถ่านกัมมันต์ การขับออกจากร่างกายโดยเร็วโดยการฟอกเลือด ตามด้วยการให้ยากดภูมิคุ้มกันและสารต้านอนุมูลอิสระ ตามแผนการรักษา รวมทั้งการดูแลประคับประคองด้านจิตใจ การดูแลให้ได้รับอาหาร การติดตามอาการทางระบบทางเดินหายใจ การทำงานของไต ตับเป็นต้น
ดังกล่าวข้างต้น การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษพาราควอตเป็นการพยาบาลแบบการประคับประคองและมีจุดประสงค์คือ เพื่อลดการดูดซึมและเพิ่มการขับออกจากกระแสเลือด เพื่อป้องกันการทำลายปอด สำหรับผู้เขียนมีข้อเสนอแนะที่รัฐบาลควรที่จะเล็งเห็นและให้ความสำคัญกับปัญหานี้ และควรยกเลิกการใช้สารพาราควอต จะสามารถลดพิษและอัตราการตายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
ไชยพร ยุกเซ็น. ภาวะพิษจากพาราควอท. ใน : ไชยพร ยุกเซ็น, ธาวินี ไตรณรงค์สกุล, ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา, บรรณาธิการ. Emegency Care. The Pocket guide book. พิมพ์ครั้งที่ 4.กรุงเทพฯ : ปัญญมิตรการพิมพ์. หน้า 407-9.
Wananukul W, Vannaprasaht S. Paraquat. In: Pesticide book. Ramathibodi Poisoning Center. Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital. Mahidol University. P.29-42.
Phetphung P. Health Effects of Paraquat Use and Risk Management at Pongsanuk Sub-District, Wiangsa District, Nan Province TJPP 2015;7(2):250-8.
Kongtip P, Nangkongnab N, Phupancharoensuk R, Palarach C, Sujirarat D, Sangprasert S, et al. Glyphosate and Paraquat in Maternal and Fetal Serums in Thai Women. J Agromedicine 2017;22:282-9.
Pezzoli G, Cereda E. Exposure to pesticides or solvents and risk of Parkinson disease. Neurology 2013;80(22):2035-41.
Chanyachukul T, Yoovathaworn K, Thongsaard W, Chongthammakun S, Navasumrit P, Satayavivad J. Attenuation of paraquat-induced motor behavior and neurochemical disturbances by l-valine in vivo. Toxicology Letters 2004;50:259-69.
Sriarpar J, Wananukul W. Poisoning management [internet]. 2020 [cited 2020 May 11]; 1-21. Available from: http://www.rayonghospital.net/node/79
Ananpattarachai J, Kajitvichyanukul P, Penrat T. Adsorption and Degradation of 2-Chlorophenol by TiO2/AC and TiO2/CB in Photocatalytic Process, Chemical Engineering Transactions, 42 (2014) 157-162.
Gawarammana IB, Buckley NA. Medical management of paraquate ingestion. Br J clin Phamacol 2011;72(5):745-57.
Isha IT, Shaha BK. Paraquate induced acute kidney injury and lung fibrosis: a case report from Bangladesh. BMC 2018;11(344):1-4.
Ntshalintshali SD, Manzini TC. Paraquate poisoning: Acute lung injury-a missed diagnosis. SAMJ 2017;107(5):399-401.
He Q, Zhang C, Zhong Y, Yang X, Tian X, Zhao A, et al. Clinical observation of effects of comprehensive nursing intervention in recuse of paraquate poisoning. Int J ClinExp Med 2018;11(7):7096-103.
Yan LL, Lin C, Lu YY, Wang ZY. The clinical effects of comprehensive nursing intervention on lung injury score and prognosis in patients with pulmonary injury by paraquat poisoning. Chinese Modern Doctor 2016;28:163-6.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-02-11 (2)
- 2021-04-30 (1)
ฉบับ
บท
การอนุญาต

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพิ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารโรงพยาบาลชลบุรี