ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะของตนต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มและสมรรถนะทางกายของผู้สูงอายุในชุมชน
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, การป้องกันการหกล้ม, โปรแกรมการสร้างเสริมสมรรถนะของตน, การออกกำลังกายแบบก้าวตามตารางบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะของตนต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม และสมรรถนะทางกายของผู้สูงอายุ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการหกล้มในชุมชน จำนวน 60 คน สุ่มเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือในการศึกษาวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะของตน เพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ และเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม และแบบทดสอบความสามารถในการทรงตัว ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม เท่ากับ 0.79 กลุ่มทดลองได้เข้าร่วมโปรแกรมการทดลองระยะเวลา 7 สัปดาห์ ที่ประยุกต์จากแนวคิดการส่งเสริมสมรรถนะของตน 4 วิธีการ ประกอบด้วย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การเรียนรู้จากบุคคลต้นแบบและสัญลักษณ์ตัวแบบ การสร้างแรงจูงใจ และการสะท้อนกลับผลลัพธ์จากการออกกำลังกายแบบก้าวตามตาราง เก็บข้อมูลในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2561 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติที
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 68 ปี การศึกษาระดับประถมศึกษา ภายหลังการทดลองกลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม (x̄=99.90, S.D.=4.43) สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (x̄=83.77, S.D.=13.22) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value≤0.05) และมีค่าเฉลี่ยสมรรถนะทางกายด้านการทรงตัว (x̄=10.93, S.D.=1.20) ดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (x̄=16.80, S.D.=1.52) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value≤0.05) ผู้วิจัยเสนอแนะว่า พยาบาลเวชปฏิบัติและบุคลากรทีมสุขภาพควรนำโปรแกรมการป้องกันการหกล้มนี้ไปประยุกต์ในการจัดกิจกรรมการออกกำลังกายแบบก้าวตามตาราง สำหรับผู้สูงอายุในชุมชน โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่ม การฝึกทักษะ การมีต้นแบบที่ดี และการคืนข้อมูลจากผลการออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม และสมรรถนะทางกายด้านการทรงตัว
เอกสารอ้างอิง
United Nations. World population ageing 2015. New York: The United Nations; 2015.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. สถานการณ์ ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ; 2558.
กระทรวงสาธารณสุข. สำนักโรคไม่ติดต่อ. กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน. ข้อมูลการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต]. 2558 [เข้าถึงเมื่อ 19 มิถุนายน 2559]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/senior-injure- violence/information.php
O’Loughlin JL, Robitaille Y, Boivin JF, Suissa S. Incidence of and risk factors for falls and injurious falls among the community-dwelling elderly. American Journal of Epidemiology 1993; 137: 342-54.
Sattin RW, Huber L, DeVito CA, Rodriguez JG, Ros A, Bacchelli S, et al. The incidence of fall injury events among the elderly in a defined population. American Journal of Epidemiology 1990; 131: 1028-37.
ประเสริฐ อัสสันตชัย. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และการป้องกัน. กรุงเทพฯ; 2556.
ผ่องพรรณ อรุณแสง. การพยาบาลปัญหาสำคัญของผู้สูงอายุ: การนำไปใช้. ขอนแก่น; 2554.
กิตติพร เนาว์สุวรรณ, ประไพพิศ สิงหเสม, วัลทณี นาคศรีสังข์. สมรรถนะที่จำเป็นต่อการดูแลผู้สูงอายุของพยาบาลวิชาชีพเมื่อเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2560; 27: 1-11.
ทิพย์รัตน์ ผลอินทร์, นารีรัตน์ จิตรมนตรี, วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ภาวะสุขภาพ ความกลัวการหกล้ม และพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2560; 29: 36-50.
Bandura A. Social learning theory. Englewood Cliffs NJ: Prentice – Hall; 1977.
Resnick B. Self-efficacy. In: Peterson SJ, Bredow TS, editors. Middle range theories: application to nursing research. 3rd ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2013. p. 82-91.
วิทยา วาโย, นารีรัตน์ จิตรมนตรี, วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์. ผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มแบบสหปัจจัย ต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2560; 35: 25-33.
ภาวดี วิมลพันธุ์, ขนิษฐา พิศฉลาด. ผลของโปรแกรม ป้องกันการพลัดตกหกล้มต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2557; 23: 98-9.
กมลรัตน์ กิตติพิมพานนท์, ผจงจิต ไกรถาวร. การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองกรุงเทพมหานครโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน.วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2558; 29: 98-113.
ละออม สร้อยแสง, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, กนกพร นทีธนสมบัติ. แนวทางการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุชุมชน มิตรภาพพัฒนา. วารสารพยาบาลทหารบก 2557; 15: 122-9.
Batra A, Melchior M, Seff L, Frederick N, Palmer RC. Evaluation of a community-based falls prevention program in South Florida, 2008-2009. Prev Chronic Dis 2012; 9: E13.
Hu YN, Chung YJ, Yu HK, Chen YC, Tsai CT, Hu GC. Effect of Tai Chi exercise on fall prevention in older adults: systematic review and meta - analysis of randomized controlled trials. International Journal of Gerontology 2016; 10: 131-6.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2th ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Polite DF, Hungler BP. Nursing research principle and method. 6th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 1999.
Podsiadlo D, Richardson S. The timed “up & go” a test of basic functional mobility for frail elderlypersons. Journal of the American Geriatrics Society 1991; 39: 142-8.
ชุติมา ชลายนเดชะ. คัดกรองการล้มด้วย Time Up and Go test (TUG). วารสารเทคนิคการแพทย์ และกายภาพบำบัด 2557; 26: 5-16.
Shumway-Cook A, Brauer S, Woollacott M. Predicting the probability for falls in community dwelling older adults using the Timed Up & Go Test. Physical Therapy 2000; 80: 896-3.
ธัญญรัตน์ อโนทัยสินทวี. รายงานฉบับสมบูรณ์การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเรื่องมาตรการป้องกัน การหกล้มในผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ19 มิถุนายน 2559]. เข้าถึงได้จาก: http://www. hitap. net/documents/24277
วิลาวรรณ สมตน, ทัศนีย์ รวิวรกุล, ขวัญใจ อำนาจ สัตย์ซื่อ. ผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มสำหรับผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. คณะ สาธารณสุขศาสตร์, กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2557.
วลัยภรณ์ อารีรักษ์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มต่อการรับรู้ความสามารถตนเอง ความคาดหวังผลดีจากการปฏิบัติและพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มใน- ชุมชน [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. สาขาวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ, คณะพยาบาลศาสตร์, ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2554.
Lee LL, Arthur A, Avis M. Using self-efficacy theory to develop intervention the older people overcome psychological barriers to physical activity: a discussion paper. International Journal of Nursing Studies 2008; 45: 1690-9.
เจริญ กระบวนรัตน์. ตาราง 9 ช่องกับการพัฒนาสมอง. กรุงเทพฯ; 2558.
Harniratisai T, Thongtawee B, Raetong P. The effects of a physical activity program for fall prevention among Thai older adults. Pacific Rim International Journal of Nursing Research 2015; 19: 4-8.
สมหญิง ไทยนิมิต, อวยพร ตั้งธงชัย, พรชัย จูลเมตต์. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์การฝึกสอน (Coaching) การออกกำลังกายของผู้สูงอายุด้วยกล้องคินเน็คท์ (Kinect). สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2559.
จันทนา รณฤทธิวิชัย, ถนอมขวัญ ทวีบูรณ์, สมจินต์-เพชรพันธุ์ศรี, รัชนี ศุจิจันทรรัตน์, ณัฐสุรางค์ บุญจันทร์, จันทนี กฤดิบวร. การประเมินสมรรถภาพกายก่อนและหลัง การออกกำลังกายแอโรบิก แบบตารางเก้าช่องและยืดเหยียดกล้ามเนื้อโดยใช้ยางยืดของผู้สูงอายุในโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2553; 27: 68-77.
Stubbs B, Brefka S, Denkinger M. What works to prevent falls in community dwellingolder adults? Umbrella review of meta – analyses of randomized controlled trials. Physical Therapy 2015; 80: 1095-110.
Day LM. Fall prevention programs for community– dwelling older people should primary target a multifactorial intervention rather than exercise as s single intervention. JAGS 2013; 61: 284-85.
Sherrington C, Tiedemann A, Fairhall N, Close JCT, Lord SR. Exercise to prevent falls in older adults: an updated meta-analysis and best practice recommendations. NSW Public Health Bulletin 2011; 22: 78-83
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-02-18 (2)
- 2019-08-25 (1)
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2019 Chonburi Hospital Journal

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพิ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารโรงพยาบาลชลบุรี