ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจมาโรงพยาบาลของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
คำสำคัญ:
เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด, ตัดสินใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจมาโรงพยาบาลของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลตรัง จำนวน 220 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดและแบบสอบถามการตัดสินใจมาโรงพยาบาลของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดได้ค่าความเที่ยงตรงของเครื่องมือ เท่ากับ 0.675 และ 0.83 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา ซึ่งผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยภาพรวมของการรับรู้ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดเท่ากับ 3.666 (S.D. = 0.339) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การรับรู้ความรุนแรง (x̄= 3.843, S.D.= 0.621) รองลงมาคือการรับรู้อุปสรรค (x̄= 3.804, S.D. = 0.835) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนน้อยที่สุด คือ การรับรู้เกี่ยวกับโรค (x̄= 3.364, S.D. = 0.419) เมื่อจำแนกตามระดับคะแนนการรับรู้พบว่า ร้อยละ 48.2 ของกลุ่มตัวอย่างมีระดับคะแนนของการรับรู้ความรุนแรงภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 80.5 ของกลุ่มตัวอย่างมีระดับคะแนนของการรับรู้เกี่ยวกับภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 51.8 ของกลุ่มตัวอย่างมีระดับคะแนนของการรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดอยู่ในระดับปานกลาง และร้อยละ 60.9 มีระดับคะแนนของการรับรู้อุปสรรคของการป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดอยู่ในระดับต่ำ การรับรู้ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดมีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจมาโรงพยาบาลของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 (r = 0.214) โดยเมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า การตัดสินใจมาโรงพยาบาลของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด (r = 0.211, p < 0.01) การรับรู้ความรุนแรง (r = 0.238, p < 0.01) และการรับรู้อุปสรรคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.195, p < 0.01)
เอกสารอ้างอิง
Wisanskoonwong P, Fahy K, Hastie C. The effec-tiveness of medical interventions aimed at prevent-ing preterm birth: a literature review. Women and Birth 2011; 24: 141-7.
สายฝน ชวาลไพบูลย์. ตำราคลอดก่อนกำหนด. กรุงเทพ ฯ : พี.เอ.ลีฟวิ่ง ; 2553.
ธราธิป โคละทัต. ผลกระทบของคลอดก่อนกำหนด.กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนดพ์บัลลิชซิ่ง ; 2551.
ปิยะพร ศิษย์กุลอนันต์. การพยาบาลสตรีที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2550 ; 25: 4-12.
โรงพยาบาลตรัง. งานสถิติ. รายงานสถิติโรงพยาบาลตรังประจำปี 2560. ตรัง : โรงพยาบาล ; 2560.
จิตติมา พะนา. การตัดสินใจเลือกใช้บริการโรงพยาบาลในโครงการประกันสังคม [วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต]. สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการ,บัณฑิตวิทยาลัย, นครราชสีมา : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี-สุรนารี ; 2550.
ไพศาล พินทิสืบ, ช่อทิพย์ บรมธนรัตน์, วรางคณา จันทร์คง. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการสุขภาพของผู้ประกันตนที่ใช้สิทธิประกันสังคมในสถานพยาบาลจังหวัดลำปาง. การประชุมเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ครั้งที่2 : 4-5 กันยายน 2555 ; ณ อาคารสัมมนา 1-2 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ; 2555.
ฐิติกานต์ ณ ปั่น. ปัจจัยที่มีผลต่อการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดของหญิงตั้งครรภ์โรงพยาบาลอมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขล้านนา 2557; 10: 142-50.
อุทัยวรรณ เหมเวช. ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความรุนแรงของภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดและการรับรู้ประโยชน์ของการรักษากับความร่วมมือในการรักษาของหญิงเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด. ปทุมธานี : โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ; 2552.
วรัญญา ชลธารกัมปนาท, ทิพวรรณ ลิ้มประไพพงษ์, ธนพร ศนีบุตร. ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เกี่ยวกับการคลอดก่อนกำหนดกับพฤติกรรมการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลระปกเกล้า จันทบุรี. จันทบุรี : โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี; 2555.
ประภา รัตนสัมพันธ์. ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางคลินิกในหญิงไทยที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด [วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต]. สาขาวิชาการพยาบาล (นานาชาติ),บัณฑิตวิทยาลัย, สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์;2551.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-02-17 (2)
- 2020-01-04 (1)
ฉบับ
บท
การอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 Chonburi Hospital Journal

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพิ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารโรงพยาบาลชลบุรี