การศึกษาการใช้อุปกรณ์พยุงหลังส่วนล่างในผู้ป่วยโรคปวดหลัง โรงพยาบาลนครปฐม: การศึกษาย้อนหลัง 5 ปี

ผู้แต่ง

  • ปรีดา สังข์สว่าง ส.ม. โรงพยาบาลนครปฐม

คำสำคัญ:

อุปกรณ์พยุงหลัง, โรคปวดหลัง, รหัสโรค

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาย้อนหลังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาจำนวนและร้อยละการใช้อุปกรณ์พยุงหลังส่วนล่าง จำแนกตามรหัสโรค (ICD-10) พยาธิสภาพ และตำแหน่งของโรค กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยนอกโรคปวดหลังที่ได้รับอุปกรณ์พยุงหลังส่วนล่าง คลินิกกายอุปกรณ์ โรงพยาบาลนครปฐม จำนวน 3,348 ราย ได้มาด้วยวิธีการคัดเลือกประชากรทั้งหมดตามเกณฑ์คัดเข้าจากฐานข้อมูลเวชระเบียน เครื่องมือหรือแบบบันทึกข้อมูลประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูล 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป รหัสโรค ICD-10 และพยาธิสภาพกับตำแหน่งโรค ซึ่งผ่านการตรวจความตรงจากผู้เชี่ยวชาญ เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่าง วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 30 กันยายน 2566 ผ่านโปรแกรม HA.OS สถิติที่ใช้ คือ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 69.24) อายุ 60 ปีขึ้นไป (ร้อยละ 49.34) มีอายุเฉลี่ย 56.90 ปี การสั่งใช้อุปกรณ์สูงสุดอยู่ในหมวดโรคระบบกล้ามเนื้อและโครงร่าง (M00-M99) (ร้อยละ 95.04) กลุ่มโรคของหลัง (M40-M54) (ร้อยละ 89.58) โดยเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม (M47) สูงที่สุด (ร้อยละ 25.78) ซึ่งพบลักษณะกระดูกสันหลังเสื่อมแบบอื่นไม่มีโรคร่วมบริเวณเอว (M47.86) มากที่สุด (ร้อยละ 20.26) ข้อเสนอแนะ คือ ควรนำข้อมูลนี้ไปใช้จัดทำแนวทางปฏิบัติทางคลินิกและวางแผนสำรองเวชภัณฑ์เฝือกพยุงระดับเอว (รหัส 8307) เชิงรุกเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

ประวัติผู้แต่ง

ปรีดา สังข์สว่าง ส.ม., โรงพยาบาลนครปฐม

กลุ่มงานเวชกรรมฟืนฟู

เอกสารอ้างอิง

Hoy D, Brooks P, Blyth F, Buchbinder R. The epidemiology of low back pain. Best Pract Res Clin Rheumatol. 2010;24(6):769-81.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. สรุปรายงานการป่วยปี พ.ศ. 2564. นนทบุรี : กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2564.

กลุ่มรายงานมาตรฐาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม. สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกตามกลุ่มโรค 10 อันดับแรก จังหวัดนครปฐม ปีงบประมาณ 2566. นครปฐม: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม; 2566.

Shiri R, Karppinen J, Leino-Arjas P, Solovieva S, Viikari-Juntura E. The association between smoking and low back pain: a meta-analysis. Am J Med. 2010;123(1):87.e7-35.

วัชระ สุดาชม, อัญชลี คงสมชม. การใส่เสื้อพยุงหลังประจำช่วยลดปวดได้จริงหรือ. เวชบันทึกศิริราช 2560;10(3):197-203.

กรมบัญชีกลาง. หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0416.4/ว751 เรื่อง ประเภทและอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดโรค พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: กรมบัญชีกลาง; 2567.

Woldstad JC, Sherman JR. The effects of back belts on posture, strength, and spinal compression during isometric lifting. Int J Ind Ergon. 1998;22(4-5):281-9.

Newcomer KL, Sinaki M, Laskowski ER. Effect of back supports on sagittal spinal motion and proprioception in subjects with and without low back pain. Spine. 2001;26(1):15-22.

Cholewicki J, Reeves NP, Huang DH, Zucker K. The effects of lumbosacral orthoses on trunk muscle activity and abdominal pressure. J Biomech. 2007;40(8):1721-8.

Jellema P, van Tulder MW, van Poppel MN, Beek AJ, Bouter LM. Lumbar supports for prevention and treatment of low back pain: a systematic review within the framework of the Cochrane Back Review Group. Spine. 2001;26(16):1798-812.

van Duijvenbode IC, Jellema P, van Poppel MN, van Tulder MW. Lumbar supports for prevention and treatment of low back pain. Cochrane Database Syst Rev. 2008;(2):CD001823.

World Health Organization. International statistical classification of diseases and related health problems: 10th revision (ICD-10). 5th ed. Geneva: World Health Organization; 2016.

Alrawaili SM, Al-Saeed BH, Al-Otaibi SM. Impact of lumbar support on pain reduction in low back pain patients: a systematic review and meta-analysis of randomized control trials. Narra J. 2025;5(1):e2165.

ณัฏธิตา นันทกิจ. การเปรียบเทียบการบริหารคลังเวชภัณฑ์ระหว่างช่วงสถานการณ์ปกติและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2565;19(2):88-97.

จิรภัทร เจริญรัตน์, วารุณี ชัยปรีชา. ผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ต่ออุบัติการณ์การเข้าถึงบริการกายอุปกรณ์ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. วารสารเวชศาสตร์ฟื้นฟูไทย. 2567;34(1):12-21.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-15