โควิด-19 โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย “ซิเคดา”

ผู้แต่ง

  • สิทธิชัย ตันติภาสวศิน โรงพยาบาลชลบุรี

คำสำคัญ:

โควิด-19, โควิดสายพันธุ์ย่อย, โอมิครอน, โควิดจักจั่น

บทคัดย่อ

โควิดสายพันธุ์นี้ถูกตั้งฉายาว่า "Cicada" หรือ โควิด “จักจั่น” สายพันธุ์ BA.3.2 ซึ่งเป็นโควิดสายพันธ์ย่อยที่แตกแขนงมาจากโอมิครอน (Omicron (BA.3) ถูกตรวจพบครั้งแรกที่แอฟริกาใต้ ตั้งแต่ปลายปี 2567 สัดส่วนการพบทั่วโลกต่ำ เพียง 1-2% หลังจากสงบนิ่งมานานกว่า 2 ปี มีการกลายพันธุ์เป็น BA.3.2 ที่แพร่กระจายได้ง่าย พฤติกรรมการหลบซ่อนนิ่ง แล้วโผล่ขึ้นมาแพร่กระจายนี้ มีพฤติกรรมคล้ายกับจักจั่น เลยตั้งชื่อสายพันธุ์นี้ว่า Cicada แปลว่าจักจั่น ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันพบสายพันธุ์ BA.3.2 แล้วในอย่างน้อย 23 ประเทศทั่วโลก ครองสัดส่วนผู้ติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 30 ของผู้ป่วยโควิดทั้งหมด องค์การอนามัยโลก ได้จัดให้ไวรัสดังกล่าวอยู่ในกลุ่ม "สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง (Variant Under Monitoring: VUM)" ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซิเคดา ยังไม่พบหลักฐานว่ารุนแรงชึ้น อาการของโควิดสายพันธุ์ Cicada โดยรวมยังคงใกล้เคียงกับโควิดสายพันธุ์อื่น ๆ ได้แก่ น้ำมูกไหล หรือคัดจมูก, ปวดศีรษะ อ่อนเพลียมาก จาม  เจ็บคอ ไอแห้ง การรับกลิ่นหรือรสเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม อาการเด่นที่พบมากขึ้นในช่วงหลัง ได้แก่ ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บคออย่างรุนแรง คล้ายโดนมีดบาด มีเหงื่อออกตอนกลางคืน และบางรายมีอาการผื่นทางผิวหนังร่วมด้วย

วัคซีนรุ่นปัจจุบันอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อลดลงเนื่องจากการกลายพันธุ์ที่สูง แต่วัคซีนเดิมยังคงป้องกันอาการรุนแรงและการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ดี กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ถ้าติดในกลุ่มนี้ โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรืออาการทรุดเร็ว ยังสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

การป้องกัน สามารถป้องกันได้ด้วยสุขอนามัยมาตรฐาน เช่น การเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร การสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัดและการล้างมือบ่อย ๆ ยังคงเป็นมาตรการป้องกันที่ได้ผลดีที่สุด การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นยังคงมีประโยชน์ในการช่วยลดความรุนแรงของโรคได้

ประวัติผู้แต่ง

สิทธิชัย ตันติภาสวศิน, โรงพยาบาลชลบุรี

บรรณาธิการวารสารโรงพยาบาลชลบุรี

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-01