ความชุกของวัณโรคปอดและวัณโรคระยะแฝงในเด็กนักเรียน
คำสำคัญ:
วัณโรคในเด็กนักเรียน, ความชุกของวัณโรคระยะแฝง, การวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรคบทคัดย่อ
บทนำ: องค์การอนามัยโลกจัดให้ประเทศไทย อยู่ในกลุ่ม 30 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรคสูง มีรายงานผู้ป่วยวัณโรคปอดในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา แต่ยังไม่มีการศึกษาวิจัยถึงความชุกของโรควัณโรคและภาวะติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงในกลุ่มประชากรเด็กนักเรียนในประเทศไทยมาก่อนวัสดุและวิธีกําร: ทำการศึกษาแบบ Observational cross-sectional study ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ของโรงเรียนในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด อย่างละ 1 โรงเรียน เพื่อหาความชุกของวัณโรคปอดโดยใช้แบบคัดกรองอาการที่ออกแบบโดยสำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค ร่วมกับการถ่ายภาพรังสีทรวงอก และศึกษาความชุกของภาวะติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงในเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนทั้ง 2 แห่งด้วยการทดสอบทูเบอร์คูลิน กรณีขนาดตั้งแต่ 10 มม.ขึ้นไป แสดงว่ามีภาวะติดเชื้อวัณโรค นอกจากนี้ ได้เปรียบเทียบผลการทดสอบทูเบอร์คูลินกับผลการทดสอบควอนติเฟอรอน ทีบี โกลด์ ในเด็กนักเรียน 80 คน และได้ศึกษาความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติต่อเรื่องวัณโรคในเด็กนักเรียนของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนทั้ง 2 แห่งโดยการใช้แบบสอบถาม
ผลกํารศึกษํา: จากโรงเรียน 2 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 5,113 คน มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 1,005 คน นักเรียน 496 คน จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และ 509 คน จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 จำนวน 354, 176, 154, 176, 141 และ 153 คน ตามลำดับ อายุเฉลี่ย 14.6±1.8 ปี นักเรียนร้อยละ 45.8 มาจากครอบครัวที่มีรายได้ครัวเรือน 20,000-40,000 บาทต่อเดือน และร้อยละ 21.8 มีรายได้ครัวเรือนน้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 12.4 มีประวัติสัมผัสวัณโรคมาก่อน ผลจากการคัดกรองโดยแบบคัดกรองอาการและภาพถ่ายภาพรังสีทรวงอก ไม่พบนักเรียนเป็นวัณโรคปอดในการศึกษานี้ สำหรับการศึกษาภาวะติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 270 คน พบนักเรียนมีภาวะติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง 13 ราย คิดเป็นความชุกของภาวะติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง ร้อยละ 4.8 (ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% ร้อยละ 2.3-7.4) นักเรียนที่มีภาวะติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงไม่มีรายใดเกิดเป็นวัณโรคหลังจากการติดตามเป็นระยะเวลา 1 ปี ในการหาภาวะติดเชื้อวัณโรคในเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ พบว่าการทดสอบทูเบอร์คูลินตัดค่าที่ 10 มม. มีความไวร้อยละ 50 (ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% ร้อยละ 6.8-98.2) และความจำเพาะร้อยละ 98.7 (ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% ร้อยละ 92.9-100) เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบควอนติเฟอร์รอน ทีบี โกลด์ นอกจากนี้ผลการศึกษา ความรู้เรื่องวัณโรค ทัศนคติและการปฏิบัติตัวต่อนักเรียนที่ป่วยเป็นวัณโรคของบุคลากรในโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง พบว่าบุคลากรในโรงเรียนยังขาดความรู้เรื่องวัณโรคในเด็ก การติดต่อและการป้องกันการแพร่กระจายในชุมชน (ตอบคำถามในส่วนนี้ถูกต้องร้อยละ 11-39) บุคลากรส่วนใหญ่มีทัศนคติในทางบวกที่จะศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวัณโรคและช่วยเหลือนักเรียนให้ได้รับการดูแลรักษา (ร้อยละ 78-99) แต่บุคลากรร้อยละ 55 มีแนวคิดที่จะแยกนักเรียนที่ป่วยเป็นวัณโรคซึ่งได้รับการดูแลรักษาแล้ว และในการปฏิบัติบุคลากรร้อยละ 29 จะไม่ติวส่วนตัวนักเรียนที่ป่วยเป็นวัณโรคแม้จะรักษาหายแล้ว
สรุปและข้อเสนอแนะ: ความชุกของวัณโรคระยะแฝงในเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนในการศึกษานี้น้อยกว่าร้อยละ 5 และไม่พบการป่วยเป็นวัณโรค การคัดกรองวัณโรคเชิงรุกในโรงเรียนน่าจะยังมีความจำเป็นน้อยกว่ากลุ่มประชากรอื่น อย่างไรก็ตาม ควรมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบในการรายงานและการสืบค้นเมื่อพบเด็กนักเรียนป่วยเป็นวัณโรคร่วมกับเน้นการให้ความรู้แก่บุคลากรของโรงเรียนในเรื่องการติดต่อและการป้องกันโรค
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global tuberculosis report 2018 [Internet]. 2018 [cited 2018 November 7]. Available from: http://www.who.int/tb/publications/global_report/en/.
Belkina TV, Khojiev DS, Tillyashaykhov MN, Tigay ZN, Kudenov MU, Tebbens JD, et al. Delay in the diagnosis and treatment of pulmonary tuberculosis in Uzbekistan: a cross-sectional study. BMC infectious diseases 2014;14:624.
The U.S. Centers for Disease Control and Prevention. TB risk factors [Internet]. 2016 [cited 2018 November 7]. Available from: https://www.cdc.gov/tb/topic/basics/risk.htm
สํานักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ.2561. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2561.
Mahomed H, Ehrlich R, Hawkridge T, Hatherill M, Geiter L, Kafaar F, et al. Screening for TB in high school adolescents in a high burden setting in South Africa. Tuberculosis (Edinburgh, Scotland) 2013;93:357-62.
Middelkoop K, Bekker L-G, Morrow C, Lee N, Wood R. Decreasing household contribution to TB transmission with age: a retrospective geographic analysis of young people in a South African township. BMC infectious diseases 2014;14:221.
Andrews JR, Morrow C, Walensky RP, Wood R. Integrating social contact and environmental data in evaluating tuberculosis transmission in a South African township. The Journal of infectious diseases 2014;210:597-603.
Perez-Velez CM, Roya-Pabon CL, Marais BJ. A systematic approach to diagnosing intra-thoracic tuberculosis in children. The Journal of infection 2017;74 Suppl 1:S74-83.
สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค. คัดกรอง-สกัดนร.ป่วยวัณโรค ร.ร.มัธยมชื่อดัง [Internet]. 2018 [cited 2018 November 7]. Availble from: https://www.riskcomthai.org/2017/detail.php?id=36603&m=news&gid=1-001-003
Kim Y, Kim BK, Choi HJ, Ryu SW, Kim ES, Chang YS, et al. Lessons learned from continued TB outbreaks in a high school. PloS one 2017;12:e0188076.
Wu X, Pang Y, Song Y, Dong W, Zhang T, Wen S, et al. Implications of a school outbreak of multidrug-resistant tuberculosis in Northern China. Epidemiology and infection 2018;146:584-8.
Radio Free Asia. Officials in China's Hunan slammed over high school tuberculosis outbreak [Internet]. 2018 [cited 2018 November 9]. Available from: https://www.rfa.org/english/news/china/hunan-tb-06152018145159.html
Health & Fitness. Tuberculosis confirmed at Clayton High School; 181 may have been exposed [Internet]. 2018 [cited 2018 November 9]. Availble from: https://abc11.com/health/tuberculosis-confirmed-at-clayton-high-school;-181-may-have-been-exposed/3324383/.
Kaiser C, Cole B, Saruwatari K, Leon R. Rapid large-scale deployment of tuberculosis testing in a high school - Riverside County, California, 2013-2014. MMWR Morbidity and mortality weekly report 2015;64:574-7.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค, สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาวัณโรคในเด็ก พ.ศ. 2562. นนทบุรี: กรมการแพทย์; 2562.
สํานักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. การสำรวจความชุกของวัณโรคระดับชาติในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2555-2556.กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2560.
Jirapaiboonsuk S, Chapman R. Knowledge, attitude, and practice towards childhood tuberculosis in guardians of patients visiting the pediatric out-patient department, Sirindhorn hospital, Bangkok. Journal of Health Research 2018; 24 (Suppl 2):101-6.
สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค. การคัดกรองเพื่อค้นหาวัณโรคและวัณโรคดื้อยา (Systematic screening for active TB and drug-resistant TB). 2nd ed. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2561.
พีรวัฒน์ ตระกูลทวีสุข, อนุชิต นิยมปัทมะ, สุนทร บุญบำเรอ, เนสินี ไชยเอีย. วัณโรคในบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลตติยภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย. ศรีนครินทร์เวชสาร 2560;32(3):204-13.
Morishita F, Garfin AM, Lew W, Oh KH, Yadav RP, Reston JC, et al. Bringing state-of-the-art diagnostics to vulnerable populations: the use of a mobile screening unit in active case finding for tuberculosis in Palawan, the Philippines. PloS one 2017;12:e0171310.
กมล แก้วกิติณรงค์, ศิวะพร เกตุจุมพล, อัญชลี อวิหิงสานนท์, กำพล สุวรรณพิมลกุล, วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์. การศึกษาความชุกของวัณโรคแฝงและการให้ยาไอโซไนอะซิดเพื่อป้องกันการเกิดวัณโรคในเรือนจำของประเทศไทย (ปีที่ 1). คลังข้อมูลและความรู้ระบบสุขภาพ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) [Internet].2562 [เข้าถึงเมื่อ 15 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/5182
บุญเชิด กลัดพ่วง, ชำนาญ ยุงไธสง, ผลิน กมลวัทน์. อัตราความชุกการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝงในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในโรงพยาบาลขนาดใหญ่จากการตรวจด้วยวิธี Interferon-Gamma Release Assay (IGRA). วารสารโรคเอดส์ 2564;33(1):21-35.
Gatechompol S, Harnpariphan W, Supanan R, Suwanpimolkul G, Sophonphan J, Ubolyam S, et al. Prevalence of latent tuberculosis infection and feasibility of TB preventive therapy among Thai prisoners: a cross-sectional study. BMC Public Health 2021;21:1206-13.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-02-06 (2)
- 2022-05-01 (1)
ฉบับ
บท
การอนุญาต

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพิ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารโรงพยาบาลชลบุรี